12/28/2553

สารสกัดใบหม่อน ช่วยเพิ่มสมรรถภาพของร่างกาย

จากการศึกษาล่าสุด ของสถาบันวิจัยสมุนไพรร่วมกับคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พบว่า สารสกัดจากใบหม่อนช่วยให้ร่างกายมีสมรรถภาพดีขึ้น ดังนี้

- สมรรถภาพทางกายและจิตดีขึ้น

- มีการทรงตัวได้ดีขึ้น

- กล้ามเนื้อต้นขามีความแข็งแรงมากขึ้น จึงช่วยลดความเสี่ยงในการหกล้ม

- มีการเรียนรู้และความจำใช้งาน (working memory) เพิ่มขึ้น ทำให้มีความสนใจต่อสิ่งเร้าและนำข้อมูลมาประมวลผลในกระบวนการระยะต่างๆ ของความจำได้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น รวมถึงยังมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการบูรณาการข้อมูลในกระบวนการเรียนรู้และจดจำ (congnitive processing)

นอกจากนี้สารสกัดใบหม่อนยังมีฤทธิ์ลดอาการซึมเศร้า และกลุ่มอาการวิตกกังวล จึงมีศักยภาพในการนำไปประยุกต์ใช้ในรูปผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพผู้สูงอายุทั้งในภาวะปกติ และนำไปใช้เสริมการรักษา (adjuvant therapy) ได้ด้วย ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยอีกด้วย

ข้อมูลจาก Health Today

12/22/2553

"อึ" ตัวบ่งชี้สุขภาพ

ตรวจดู "อึ" ของคุณเดี๋ยวนี้ จริงอยู่แม้จะไม่ใช่เรื่องพิสมัยที่ใครๆ อยากพูดถึง แต่รายละเอียดในอุจจาระคือตัวชี้วัดที่มีค่าต่อสุขภาพ ลองตรวจดูอุจจาระที่ติดอยู่บนกระดาษชำระ หรือในโถชักโครกอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และต้องจำให้ได้ว่าคุณกินอะไรเมื่อ 2-3 วันก่อนหน้านี้

อุจจาระที่ดีควรมีลักษณะนุ่ม สีน้ำตาลปานกลาง มีปริมาณมาก ถ่ายคล่อง แยกออกเป็นท่อนๆ เมื่อตกถึงน้ำ ลอยหรือจมช้า ชำระล้างได้ง่ายเมื่อกดชักโครก แต่หากอุจจาระผิดแปลกไปจากที่กล่าวมานี้ นั่นบ่งชี้ว่า

- อุจจาระสีดำหรือสีคล้ำ เกิดจากการมีเลือดไหลออกในกระเพาะ หรือ อาจเกิดจากการกินชะเอมเมื่อเร็วๆนี้ หรือกินอาหารเสริมจำพวกธาตุเหล็ก นอกจากนี้บีทรูทหรือบลูเบอร์รี่ก็ทำให้อุจจาระมีสีม่วงปน

- อุจจาระสีเหลืองหรือเขียว แสดงว่ามีความผิดปกติเกี่ยวกับตับหรือถุงน้ำดี ท้องเสีย หรือเกิดจากผลข้างเคียงของยาปฏิชีวนะ หรือกินแกงกะหรี่เมื่อวานนี้

- อุจจาระสีน้ำตาลไหม้ สีเทา หรือสีอ่อนๆ ชี้ว่าท่อน้ำดีอุดตัน การดูดซึมไขมันไม่ดีหรือมีปัญหาที่ตับอ่อน

- อุจจาระสีแดงเข้ม ชี้ว่ามีเลือดออกในลำไส้ใหญ่ หรือเป็นสัญญาณเตือนว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

- อุจจาระเป็นมูกหรือเป็นหนอง บ่งชี้ว่าอาจเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคติ่งถุงเนื้ออักเสบในลำไส้ใหญ่ โรคลำไส้แปรปรวน หรือ กินอาหารจำพวกผลิตภัณฑ์นมมากเกินไป

- อุจจาระมีเลือดสดๆ แสดงว่าเป็นริดสีดวงทวาร หรือแผลปริที่ทวารหนัก

อุจจาระทุกชนิดมีกลิ่นเหม็น แต่ถ้าอุจจาระของคุณแข็งและใช้เวลาเบ่งนานเป็นประจำ นั่นแสดงว่ามีอาหารตกค้างอยู่ในส่วนปลายของระบบย่อยอาหารนานเกินไป หรือร่างกายของคุณขาดแบคทีเรียที่เป็นมิตร

ข้อมูลจาก Health plus

รองเท้าส้นสูงส่งผลเสียต่อหญิงตั้งครรภ์

ผู้หญิงตั้งครรภ์กำลังเสี่ยงกับการทำร้ายเท้าตัวเองเพียงเพราะใส่รองเท้าผิดประเภท จากผลการสำรวจหญิงตั้งท้อง 1,000 คน พบว่า รองเท้าที่พวกเธอสวมใส่ เช่น รองเท้าแตะ ส้นสูง บูท ไม่เอื้ออำนวยต่อสุขภาพเท้า ครึ่งหนึ่งของสาวที่ถุกสำรวจมีความรู้สึกกดดันที่ต้องใส่รองเท้าตามแฟชั่นล่าสุดของเหล่าคนดัง นอกจากนี้ ผู้หญิง 7 จาก 10 คนยอมรับว่าเธอมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเท้าขณะตตั้งครรภ์ อาทิเช่น ข้อเท้าและเท้าบวม และการปวดส้นเท้า ลอเรน โจนส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคเกี่ยวกับเท้า กล่าวว่าสาวๆ ตั้งท้องทั้งหลายควรหลีกเลี่ยงรองเท้าส้นสูงซึ่งนอกจากจะทำให้ท่าเดินของเราเปลี่ยน ยังส่งผลเสียต่อกล้ามเนื้อน่องและสร้างความเหนื่อยล้าต่อหลังและหัวเข่าด้วย ทางที่ดีสาวๆ ควรหันมาใส่รองเท้าพื้นกว้างที่รับน้ำหนักตตัวได้ดี หากจะใส่ส้นสูงก็เอาไว้ใส่ในโอกาสพิเศษหรือควรใส่รองเท้าที่ส้นสูงไม่เกิน 3 เซ็น

ข้อมูลจาก Health plus

11/29/2553

รับประทานข้าวขาวเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน

ทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัย ฮาร์เวิร์ด ค้นพบว่าผู้ที่รับประทานข้าวขาวในปริมาณมากเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ในขณะเดียวกัน การรับประทานข้าวซ้อมมือกลับช่วยลดการเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน การเปลี่ยนนิสัยการรับประทานข้าวจากข้าวขาวเป็นข้าวซ้อมมือสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานได้ถึง 16% นอกจากนี้การเปลี่ยนไปรับประทานอาหารโฮลเกรนทุกชนิด อย่างเช่น เส้นพาสต้า, ข้าวกล้องและขนมปังธัญพืช แทนข้าวขาวสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานได้ถึง 36% อย่างที่รู้ๆกันอยู่แล้ว ข้าวสีน้ำตาล (ข้าวซ้อมมือ) มีเปลือกของรำข้าวที่มีประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งเปลือกนี้ต้องถูกขัดออกในขบวนการผลิตข้าวขาว แต่ในความเป็นจริงแล้ว 70% ของผู้ที่บริโภคข้าวในประเทศที่พัฒนาแล้วยังรับประทานข้าวขาว เป็นเรื่องที่น่าดีใจและน่าสนับสนุนที่ประชากรไทยของเราเริ่มหันมาฮิตรับประทานข้าวซ้อมมือหรือข้าวแดงกันแล้ว

ข้อมูลจาก นิตยสาร Health plus

11/16/2553

ดาร์คช็อกโกแลต ชะลอแก่

เราคงเคยทราบมาบ้างว่า ดาร์คช็อกโกแลตที่ค่อนข้างขม ไม่มีนมเนยและหวานเลี่ยนนั้น อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความดันโลหิตและลดอัตราความเสี่ยงการเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบ ดังนั้นบริษัทที่ผลิตช็อกโกแลตในท้องตลาด จึงเน้นกานผลิตช็อกโกแลตเพื่อสุขภาพและช็อกโกแลตแบบออร์แกนิค และล่าสุดมีการผลิตดาร์คช็อกโกแลตที่เข้มข้นด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ "ฟวาวานอยด์" ให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อเพิ่มยอดขาย โดยหากกินเพียง 20 กรัมต่อวัน จะสามารถชะลอวัย ทำให้ผิวใสขึ้น อีกทั้งกระตุ้นให้เกิดความชุ่มชื้นของผิว และลดรอยเหี่ยวย่นได้ ซึ่งทำให้คนที่ชื่นชอบช็อกโกแลตดีใจเพราะได้กินของโปรดและดีต่อสุขภาพกายและผิวด้วย

นอกจากนี้ช็อกโกแลต ยังช่วยลดความเดรียดได้ด้วย เนื่องจากในช็อกโกแลตมีสารที่เรียกว่า Phenylethylamine ปกติสารเคมีตัวนี้สมองจะหลั่งออกมาขณะที่คนคนนั้นเกิดความรัก และจากการวิจัยพบว่า การกินดาร์คช็อกโกแลต จำนวนออนซ์ครึ่งทุกวันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ จะช่วยลดระดับฮความเครียดให้ลดลงได้ค่ะ

ข้อมูลจาก นิตยสาร Be well