5/26/2555

ประโยชน์ของแครนเบอร์รี่

ในวงการแพทย์ ได้ยอมรับกันอย่างกว้างขวางแล้วว่า แครนเบอร์รี่ไม่ว่าจะเป็นในรูปของน้าผลไม้ แคปซูล ชงดื่ม ต่างก็ให้ประสิทธิภาพในการรักษาและป้องกันโรคเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ และอวัยวะภายในช่องท้องของสตรี สตรีที่มักประสพปัญหาการอั้นปัสสาวะและเกิดการอักเสบขื้นภายใน เมื่อได้รับประทานแครนเบอรี่อย่างน้อยเพียง 2 วัน ก็จะเห็นผล นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น จากการวิจัยใหม่ยังยกให้แครนเบอร์รี่เป็นตัวการสาคัญในการยับยั้งและรักษาการเกิดก้อนหิน ในไต ช่วยลดกรดไขมันในเส้นเลือด (ไขมันเลว) ช่วยให้ร่างกายสามารถคืนสู่ปกติได้หลังจากอาการชัก และที่สำคัญกว่านั้นคือช่วยในด้านการป้องกันมะเร็ง แครนเบอรี่ ไม่ใช่ยา แต่เป็นผลิตภัณท์จากธรรมชาติซึ่งมาจากผลแครนเบอร์รี่ที่ปลูกในแถบอเมริกาเหนือ จึงสามารถรับปะทานได้โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น


- รักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ ติดเชื้อ ในท่อปัสสาวะ

- ขจัดกลิ่นในปัสสสาวะ (ช่วยให้อวัยวะเพศสะอาด)

- รักษาและป้องกันเกี่ยวกับโรคที่มาจากเชื้อแบคทีเรีย E coli

- ในผลแครนเบอร์รี่ประกอบด้วยสารแอนตี้ออกซิเดนซ์จานวนมากจึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งยังช่วยให้ผิวพรรณเกลี้ยงเกลา

สินค้าแครนเบอร์รี่
http://www.goodhealthyproduct.com/product-Cranberry300mg220softgels(Trunature)-176441-1.html

3/25/2555

ปรับพฤติกรรมแก้โรคกระเพาะ

 หนุ่มสาวในออฟฟิศมักมีจังหวะในการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบ ความกดดันสูง ทำงานอย่างเคร่งเครียด ทำให้ง่ายต่อการที่ระบบการทำงานของเส้นประสาทจะวุ่นวายตามไปด้วย ระบบการทำงานของกระเพาะและลำไส้จึงทำงานได้ช้าลง การขับน้ำย่อยออกมาก็ไม่เต็มที่ ความอยากอาหารลดน้อยลง และเกิดภาวะอาหารไม่ย่อมตามมา


เนื่องจากพฤติกรรมที่ต้องนั่งเป็นเวลานานๆ กินอาหารไม่ตรงเวลาบวกกับแทบจะไม่ได้ออกกำลังกายเลย ระบบย่อยอาหารจึงแปรปรวน สมรรถนะในการดูดซึมอาหารก็น้อยลง ทำให้เกิดเป็นโรคกระเพาะอาหารเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ รักษาไม่หายขาด ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องคอยดูแลตัวเอง เพื่อให้ตนเองมีกระเพาะอาหารที่แข็งแรง

มารู้จักการดูแลกระเพาะอาหารกันเถอะ

การมีพฤติกรรมการกินที่ดีจนเป็นนิสัย ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันและรักษาโรคกระเพาะอาหาร การกินที่ดีนั้น มีอะไรบ้าง ไปดูกัน

กินให้ช้า การกินอาหารใช้ช้าลง ค่อยๆ เคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน จะช่วยให้กระเพาะอาหารไม่ต้องทำงานหนัก ลดการกระตุ้นระบบการทำงานของกระเพาะอาหารจากการเสียดสีของอาหารชิ้นใหญ่ๆ

กินให้ตรง การกินอาหารควรจะมีช่วงเวลาที่สม่ำเสมอ อย่ากินจุบกินจิบ และต้องกินอาหารให้ตรงเวลาด้วย

กินให้เบา ลดการกินอาหารที่ติดมัน หรือน้ำมันเยอะ อาหารที่มีรสจัด ไม่ว่าจะเป็นหวาน เผ็ด หรือรสชาติใดๆก็ตาม นอกจากนี้ควรลดการดื่มเหล้าและชา กาแฟอีกด้วย

ข้อมูลจาก Slimming
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

1/05/2555

จัดการเสียงกัดฟันตอนนอน

เรายังไม่รู้สาเหตุว่าแท้จริงแล้วการนอนกัดฟันนั้นเกิดจากอะไร แต่ที่พอจะรู้คือความเครียดเป็นสาเหตุสำคัญของการนอนกัดฟัน และที่แน่ๆคือการกัดฟันก่อผลร้ายต่อฟัน เพราะทำให้ผิวเคลือบฟันแตก ฟันร้าว และฟันบาง แต่ยังโชคดีที่เราสามารถป้องกันได้ ดังนี้


1. สวมใส่ฟันยางระหว่างนอน ซึ่งสามารถซื้อได้ที่คลินิกทันตกรรม แม้ว่าฟันยางจะไม่ทำให้หยุดการกัดฟัน แต่ก็ช่วยลดแรงกัดที่จะมาทำร้ายฟัน และควรไปพบแพทย์เป็นประจำเพื่อตรวจว่ามีฟันผุ หรือการเคลื่อนที่ของฟัน อันเกิดจากการใส่ฟันยางหรือไม่

2. อาบน้ำอุ่นก่อนนอน เพราะอุณหภูมิอุ่นๆของน้ำช่วยให้กล้ามเนื้อขากรรไกรผ่อนคลาย

3. ออกกำลังกาย ไม่ใช่เฉพาะแค่กล้ามเนื้อขากรรไกร อาจจะเดิน หรือการออกกำลังเบาๆ เพราะจะช่วยลดความเครียด ซึ่งเป็นสาเหตุของการนอนกัดฟัน

4. พยายามเตือนตัวเองว่าอย่ากัดฟัน โดยอาจทำสัญลักษณ์ติดไว้ในที่ต่างๆ ที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนและเห็นบ่อยๆ เช่น ติดสติ๊กเกอร์สีแดงไว้หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือแปะแผ่นโพสต์อิทไว้บนโต๊ะทำงาน

5. พยายามไม่เครียด หรือหากมีอาการเครียดก็หาอะไรทำ เพื่อคลายเครียด เช่น ฟังเพลงหรือหากเครียดมากๆอาจไปพบจิตแพทย์เพื่อหาทางบำบัด

6. นำผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาวางที่กล้ามเนื้อขากรรไกร เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อขากรรไกรคลายตัว

7. การนวดก็ช่วยได้ โดยคลึงบริเวณขากรรไกรเบาๆ

8. ให้ขากรรไกรได้พัก ด้วยการไม่รับประทานอาหารที่ต้องเคี้ยวมากๆ เพราะหากขากรรไกรทำงานหนัก โอกาสที่จะเกิดการนอนกัดฟันก็จะตามมา

เนื่องจากสาเหตุการนอนกัดฟันส่วนใหญ่มักจะสัมพันธ์กับจิตใจ ดังนั้นหากจะให้อาการกัดฟันหายไป ก็ควรเริ่มจากการทำใจให้สบาย ลด ละ เลิกสิ่งที่ทำให้เครียดเป็นอย่างแรก

ขอบคุณข้อมูลจาก Health Today
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

12/18/2554

โรคปริทันต์หรือโรคเหงือกอักเสบ

โรคปริทันต์หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า โรคเหงือกอักเสบ ไม่ได้มีการอักเสบเกิดขึ้นแค่ที่เหงือกเท่านั้น แต่เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับอวัยวะรอบๆฟัน ทั้งเหงือก กระดูกเบ้าฟัน เอ็นยึดปริทันต์และผิวรากฟัน

สาเหตุของโรคปริทันต์ คือ คราบอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลที่เกาะบนผิวฟัน และการทำความสะอาดฟันไม่ดีพอ ทำให้คราบอาหารเหล่านี้กลายเป็นอาหารของแบคทีเรีย แบคทีเรียที่มีอยู่ในช่องปากจึงเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนขึ้นแผ่กระจายไปบนผิวฟัน

แบคทีเรียพวกนี้เมื่อมีการบริโภคอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลเข้าไป จะปล่อยกรดและสารพิษออกมาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบ ผลคือทำให้เหงือกบวมแดง อักเสบและมีเลือดออก ทำให้รู้สึกเจ็บเหงือกและอาจมีอาการปวด ถ้าปล่อยทิ้งไว้เหงือกและกระดูกเบ้าฟันจะถูกทำลายลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็อาจจะต้องสูญเสียฟันซี่นั้นไป เนื่องจากสูญเสียอวัยวะรอบฟันที่ช่วยในการยึดเกาะฟันไว้กับขากรรไกร

คราบเชื้อโรคเมื่อเกาะบนผิวฟันนานๆ กลายเป็นคราบหินปูน เมื่อมีคราบหินปูนก็เป็นที่สะสมของคราบเชื้อโรคมากยิ่งขึ้น เมื่อคราบหินปูนและแบคทีเรียสะสมมากขึ้นและนานขึ้น จะเพิ่มปริมาณลึกลงไปใต้ขอบเหงือก ทำให้การอักเสบลุกลามลงไปเรื่อยๆ

อาการของโรคปริทันต์ คือมีเลือดออกตามไรฟันขณะแปรงฟัน เหงือกบวมแดง มีกลิ่นปาก เหงือกร่น อาจมีหนองออกตามร่องเหงือกและฟันโยก

หากพบว่าเป็นโรคปริทันต์ หรือเหงือกอักเสบควรจะรีบทำการรักษาในทันทีที่มีการตรวจพบ เพราะหากปล่อยไว้จะทำให้การรักษายากยิ่งขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก คุณปัณณพร : ไขข้อข้องใจสารพัดอาการปวด

ข้ออักเสบรูมาตอยด์

เป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่งที่พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โรคนี้เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุข้อทั่วร่างกาย และมีการอักเสบของพังผืดหุ้มข้อ เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อรอบๆข้อ เชื่อว่าเป็นผลมาจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีการตอบสนองอย่างผิดปกติต่อเชื้อโรคหรือสารเคมีบางอย่างทำให้ภูมิต้านทานที่เกิดปฏิกิริยาต่อเนื้อเยื่อในบริเวณข้อของตัวเอง เรียกว่าภูมิแพ้ตัวเอง


อาการของโรคนี้เริ่มจากมีไข้ต่ำ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เวลาอยู่ในอากาศเย็นๆก็จะปวดเมื่อยตามตัวและข้อต่างๆแล้วต่อมาจึงมีอาการอักเสบของข้อปรากฏให้เห็น บางคนอาจมีอาการของข้ออักเสบทันทีภายหลังได้รับ ถ้าเป็นรุนแรงและเรื้อรังอาจทำให้ข้อพิการผิดรูปผิดร่าง ใช้การไม่ได้ บางคนอาจมีการผุกร่อนของกระดูกด้วย


ขอบคุณข้อมูลจาก คุณปัณณพร:ไขข้อข้องใจสารพัดอาการปวด